มาตรฐาน ISO 45001 เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการอาคาร ในโลกที่ทีมงานต้องทำงานครอบคลุมหลายพื้นที่ หลายสายบริการ และเผชิญความเสี่ยงที่หลากหลาย PCS Thailand ยึดมั่นในมาตรฐานนี้เพื่อสร้างความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องและมั่นคง
นอกจากนี้ ด้วยแนวทางที่มีโครงสร้างชัดเจน มาตรฐาน ISO 45001 ถูกนำไปใช้ในทุกสายงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบริการรักษาความปลอดภัย งานบริการทำความสะอาด งานวิศวกรรมระบบประกอบอาคาร งานบริการด้านอาหารและโภชนาการ ไปจนถึงงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างการโรยตัวทำความสะอาดกระจกอาคารสูง ทำให้ทุกบริการดำเนินไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานเดียวกัน
คุณอรนิษา ฉิมพลี ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ได้เผยถึงเบื้องหลังการนำระบบเหล่านี้มาใช้จริงในทุกการดำเนินงานของ PCS เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการปฏิบัติที่จับต้องได้ ดังนั้น องค์กรจึงต้องมีแนวทางที่ชัดเจนในการบริหารจัดการความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน
มาตรฐาน ISO 45001 คืออะไร
มาตรฐาน ISO 45001 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับงานด้านการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยกำหนดกรอบแนวทางในการระบุอันตราย การบริหารจัดการความเสี่ยง และการรักษาการปฏิบัติตามข้อกำหนดในสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่มีความซับซ้อน เหมาะสำหรับการประยุกต์ใช้ในงานบริหารจัดการอาคาร (Facility Management) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กร
ในงานบริหารจัดการอาคาร (Facility Management) ทีมงานมีการปฏิบัติงานครอบคลุมในหลายภาคส่วน เช่น สถานพยาบาล, โรงงานอุตสาหกรรม, สถาบันการศึกษา และอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ ซึ่ง มาตรฐานนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการด้านความปลอดภัยมีลักษณะดังต่อไปนี้:
- มีการกำหนดมาตรฐานเดียวกันในทุกหน่วยงาน
- สามารถวัดผลผ่านการตรวจประเมิน (Audit) และการรายงานผล
- มีความสม่ำเสมอในการดำเนินงานทุกประเภทบริการ
- สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน (Operational Continuity)
การนำ ISO 45001 มาปรับใช้การดำเนินงานประจำวัน
ในทางปฏิบัติ ระบบความปลอดภัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานประจำ เพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอในทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน
แนวปฏิบัติหลักประกอบด้วย:
- การประชุมความปลอดภัยประจำวัน และการชี้แจงด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน
- ระบบการรายงานอุบัติเหตุอย่างเป็นระบบ พร้อมการติดตามและดำเนินการแก้ไข
- การตรวจประเมินและการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างสม่ำเสมอ
- การประเมินความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่
- การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยตามสมรรถนะของบุคลากร
กระบวนการเหล่านี้ช่วยให้การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยมีความชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และถูกนำไปใช้อย่างสม่ำเสมอในทุกสายงานบริการ (Service Lines)
ความปลอดภัยในงานรักษาความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และพร้อมที่จะตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที
ทีมงานบริหารจัดการด้านความปลอดภัยผ่านแนวทางดังต่อไปนี้:
- แผนและขั้นตอนการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน
- แนวปฏิบัติการตรวจตราพื้นที่สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
- ระบบการสื่อสารและการยกระดับการรายงานเหตุการณ์
- การฝึกอบรมด้านการรับรู้สถานการณ์ และความปลอดภัยทางกายภาพ
เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 อย่างเคร่งครัด รวมถึงข้อกำหนดด้านใบอนุญาตและการฝึกอบรมทบทวนตามระยะเวลา เพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐานความปลอดภัยงานทำความสะอาดในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
ในขณะเดียวกัน ทีมงานทำความสะอาดปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความหลากหลาย ซึ่งแต่ละแห่งมีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยมีการปรับแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพแวดล้อม ควบคู่กับการคงไว้ซึ่งมาตรฐานการดำเนินงานที่สม่ำเสมอ
มาตรการสำคัญประกอบด้วย:
- การฝึกอบรมด้านการใช้งานและสารเคมีอย่างถูกต้อง
- การใช้งานอุปกรณ์และเครื่องจักรทำความสะอาดอย่างปลอดภัย
- การป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่น สะดุด และหกล้ม
- การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
- ขั้นตอนการจัดการเมื่อเกิดการหกรั่วไหลของสารเคมี
นอกจากนี้ เพื่อนร่วมงานภายใต้ โครงการประเทศเพื่อนบ้านจากประเทศลาว ยังได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความสม่ำเสมอในทุกทีมงาน
การบริหารจัดการงานที่มีความเสี่ยงสูง: งานโรยตัวและทำความสะอาดกระจก
งานปฏิบัติงานบนที่สูง (Work at Height) ถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงหลักของงานบริหารจัดการอาคาร ดังนั้นจึงมีการกำหนดมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน
มาตรการควบคุมประกอบด้วย:
- การปฏิบัติงานด้วยเชือก ตามมาตรฐาน IRATA
- ปฏิบัติงานโดยบุคลากรที่ผ่านการรับรองและการฝึกอบรมเท่านั้น
- การตรวจสอบอุปกรณ์ประจำวัน พร้อมบันทึกในสมุดบันทึก (Logbook)
- การตรวจสอบอุปกรณ์นิรภัย เช่น สายรัดตัว และจุดยึด
- การประเมินสภาพอากาศก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
- การอนุมัติจากหัวหน้างานสำหรับทุกการปฏิบัติ
- การวางแผนและฝึกซ้อมแผนกู้ภัยฉุกเฉิน
ทุกกิจกรรมดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมได้ โดยไม่มีการเบี่ยงเบนจากมาตรการความปลอดภัยที่กำหนดไว้ เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติงาน
ความปลอดภัยด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการความเสี่ยง
อีกทั้ง ทีมวิศวกรรมปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เครื่องจักรกล พื้นที่อับอากาศ และอุณหภูมิสูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างเป็นระบบ
ทีมงานบริหารจัดการความเสี่ยงผ่านระบบที่มีโครงสร้างชัดเจน ได้แก่:
- ขั้นตอนการตัดแยกพลังงาน (Lockout–Tagout: LOTO)
- ระบบใบอนุญาตทำงาน (Permit to Work)
- แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้า
- แผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
- ใบอนุญาตทำงานบนที่สูง (Work-at-Height Permit)
- แผนและขั้นตอนการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ การฝึกอบรม, การตรวจสอบ และการควบคุมผ่านระบบใบอนุญาตทำงาน ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกกิจกรรมด้านวิศวกรรมดำเนินการอย่างปลอดภัย และเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
แม้ว่าระบบและกระบวนการจะเป็นรากฐานสำคัญ แต่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนขึ้นอยู่กับการนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในงานประจำวัน
วัฒนธรรมความปลอดภัยที่เข้มแข็งสามารถสร้างได้ผ่าน:
- การกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจนในทุกระดับขององค์กร
- การส่งเสริมให้พนักงานรายงานและจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
- การให้อำนาจทีมงานในการหยุดการทำงานที่ไม่ปลอดภัย
- การเสริมสร้างพฤติกรรมด้านความปลอดภัยผ่านการฝึกอบรมและการกำกับดูแล
แนวทางนี้ช่วยให้ความปลอดภัยไม่ใช่เพียงเอกสารหรือข้อกำหนด แต่เป็นสิ่งที่ถูกนำไปปฏิบัติจริงในทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน
ความปลอดภัยคือมาตรฐานของงานบริหารจัดการอาคาร
การบริหารจัดการความปลอดภัยในหลายสายงานบริการภายใต้มาตรฐานนี้ จำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่มีโครงสร้างชัดเจน สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO และได้รับการสนับสนุนจากผู้นำองค์กร การฝึกอบรม และกระบวนการที่สม่ำเสมอ
การนำมาตรฐาน ISO 45001 มาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง ยังช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกภาคส่วน