Resilience Week 2026

ทำไมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จึงเป็นหัวใจของความยืดหยุ่นองค์กร

PCS Team

PCS Team

04 Jun, 2026

ทำไมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จึงเป็นหัวใจของความยืดหยุ่นองค์กร

ประเด็นสำคัญที่องค์กรควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ความเสี่ยงทางไซเบอร์ และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นขององค์กรในปี 2026

สำหรับ OCS ความยืดหยุ่นขององค์กรคือความสามารถในการคาดการณ์และรับมือกับความเสี่ยง ปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุด ปรับตัวภายใต้แรงกดดัน และดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ในบริบทนี้ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นส่วนสำคัญของการปกป้องบุคลากร การให้บริการ ข้อมูล และชื่อเสียงขององค์กรเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

นีล เวลเลอร์ มองว่า องค์กรควรเลิกมองความเสี่ยงทางไซเบอร์เป็นเรื่องเฉพาะของผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และเริ่มให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของการสร้างความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องทางธุรกิจขององค์กร

เมื่อ AI กำลังพลิกโฉมความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของความยืดหยุ่นขององค์กร บทความนี้จาก นีล เวลเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ OCS Group ชวนสำรวจว่าการตื่นตัว การเชื่อมโยงข้อมูล และการปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติเล็ก ๆ สามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ในการปกป้ององค์กรได้อย่างไร

avatar
นีล เวลเลอร์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มฯ ด้านควมปลอดภัยสารสนเทศกลุ่ม OCS

AI กำลังเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน

การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในทุกวันของการดำเนินธุรกิจ 

ผลการวิจัย State of AI ของ McKinsey พบว่า 88% ขององค์กรได้นำ AI มาใช้ในอย่างน้อยหนึ่งกระบวนการทางธุรกิจ แม้โอกาสจะมีมาก แต่หลายองค์กรกำลังนำ AI มาใช้ได้เร็วกว่าการพัฒนาระบบควบคุม กระบวนการทำงาน และการกำกับดูแลให้พร้อมรองรับ

AI ไม่ได้สร้างคุณค่าจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว องค์กรที่ประสบความสำเร็จคือองค์กรที่ปรับวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับ AI เช่นเดียวกับการสร้างความยืดหยุ่นขององค์กร ที่แม้เครื่องมือจะมีความสำคัญ แต่จะเกิดผลได้จริงก็ต่อเมื่อมีพฤติกรรม ระบบควบคุม และการตัดสินใจที่เหมาะสมรองรับอยู่เบื้องหลัง

สัญญาณที่เคยสร้างความเชื่อมั่น กำลังตรวจสอบได้ยากขึ้น

AI กำลังเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลรอบตัวเรา เครื่องมือที่สามารถสร้างข้อความ เสียง และวิดีโอได้อย่างสมจริง ทำให้การฉ้อโกงและการปลอมแปลงตัวตนเกิดขึ้นได้ง่าย รวดเร็ว และตรวจจับได้ยากกว่าเดิม ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านไอที แต่ยังส่งผลต่อการชำระเงิน การสรรหาบุคลากร ชื่อเสียงองค์กร และการตัดสินใจทางธุรกิจ

ด้วยเหตุนี้ วิธีการตรวจสอบที่ผู้คนเคยเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการจดจำเสียง การพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อความ หรือการอาศัยบริบทที่คุ้นเคย อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน โดยพนักงานของบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งในฮ่องกงถูกหลอกให้โอนเงินกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเข้าร่วมการประชุมผ่านวิดีโอคอลที่มีการใช้ AI ปลอมแปลงตัวตนของผู้บริหารระดับสูง ในยุคที่ความน่าเชื่อถือสามารถถูกสร้างขึ้นได้ด้วย AI การยืนยันและตรวจสอบข้อมูลอย่างรัดกุมจึงมีความสำคัญมากกว่าการอาศัยสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว

การจัดการสิทธิ์การเข้าถึง คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของความยืดหยุ่นองค์กร

ผลการศึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ผู้ไม่หวังดีมักเข้าถึงระบบผ่านบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือสิทธิ์การเข้าถึงที่ยังไม่ได้ถูกยกเลิก รายงานของ Unit 42 จาก Palo Alto Networks พบว่าปัญหาด้านการจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเกือบ 90% ของเหตุการณ์ที่ทำการตรวจสอบ

ขณะเดียวกัน การโจมตีก็เกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในปี 2025 ผู้โจมตีบางกรณีสามารถเข้าถึงและขโมยข้อมูลได้ภายในเวลาเพียง 72 นาที ทำให้องค์กรจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมที่ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง แทนที่จะพึ่งพาการตรวจจับภัยคุกคามเพียงอย่างเดียว

รายงาน Verizon Data Breach Investigations Report 2025 ยังพบว่า ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ที่ถูกขโมยเป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่ผู้โจมตีใช้ในการเข้าถึงระบบ

สำหรับองค์กรส่วนใหญ่ แนวทางรับมือไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ควรมุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งของกระบวนการเข้าสู่ระบบ จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเท่าที่จำเป็น ยกเลิกสิทธิ์ที่ไม่ใช้งานอย่างรวดเร็ว และติดตามพฤติกรรมการใช้งานบัญชีที่ผิดปกติอย่างใกล้ชิด มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แต่ยังช่วยสร้างความยืดหยุ่นขององค์กรด้วยการควบคุมปัญหาก่อนที่จะลุกลามเป็นผลกระทบในวงกว้าง

ผลกระทบต่อธุรกิจมีมากกว่าความเสียหายทางการเงิน

แม้ความเสียหายทางการเงินจากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลยังคงเป็นประเด็นสำคัญ แต่ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในวงกว้างอาจมีความสำคัญยิ่งกว่า รายงาน Cost of a Data Breach ของ IBM ระบุว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลทั่วโลกลดลงในปี 2025 ซึ่งเป็นผลจากการตรวจจับและควบคุมเหตุการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงโดยรวมลดลง

ตัวเลขค่าใช้จ่ายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมเท่านั้น ความเสียหายยังคงอยู่ในระดับสูง และแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรม พื้นที่ดำเนินงาน และความซับซ้อนของแต่ละเหตุการณ์ ขณะที่การฟื้นฟูและกลับสู่ภาวะปกติอาจใช้เวลาหลายเดือน สำหรับผู้นำองค์กร เหตุการณ์ทางไซเบอร์จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยเท่านั้น แต่เป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการ ความเชื่อมั่นของลูกค้า รายได้ และชื่อเสียงขององค์กรได้ในระยะยาว

เมื่อความเร็วกลายเป็นปัจจัยสำคัญของภัยคุกคาม

AI ไม่ได้สร้างปัญหาด้านไซเบอร์รูปแบบใหม่ทั้งหมด แต่กำลังช่วยให้ผู้โจมตีดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น ขยายขอบเขตการโจมตีได้ง่ายขึ้น และลดความพยายามในการใช้วิธีการที่คุ้นเคย

ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาช่องโหว่ของระบบ การสร้างและส่งอีเมลหลอกลวง (Phishing) แบบอัตโนมัติ หรือการเร่งกระบวนการเรียกค่าไถ่ รายงานจาก Unit 42 และ IBM ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า AI กำลังเพิ่มศักยภาพให้กับผู้โจมตี แม้ว่าวิธีการโจมตีเหล่านั้นจะไม่ใช่เรื่องใหม่ก็ตาม

สำหรับองค์กร สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของมาตรการพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย ยิ่งภัยคุกคามเคลื่อนตัวได้เร็วเท่าใด การลดช่องโหว่ที่หลีกเลี่ยงได้ การปกป้องข้อมูลสำคัญ และการเตรียมพร้อมตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างทันท่วงทีก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น

ความยืดหยุ่นขององค์กรอาจถูกกระทบจากภายใน

ความเสี่ยงจาก AI ไม่ได้มาจากภายนอกองค์กรเท่านั้น แต่ยังอาจเกิดจากพนักงานที่ใช้เครื่องมือ AI สาธารณะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยไม่ตระหนักถึงผลกระทบด้านข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Shadow AI”

หนึ่งในกรณีศึกษาที่เป็นที่รู้จักคือ Samsung Electronics ที่พนักงานได้นำซอร์สโค้ด บันทึกการประชุม และข้อมูลภายในที่มีความอ่อนไหวไปใช้งานบน ChatGPT เพื่อช่วยให้งานประจำวันรวดเร็วยิ่งขึ้น ปัญหาไม่ได้เกิดจากเจตนาที่ไม่เหมาะสม แต่เกิดจากการขาดความตระหนักรู้ แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และเครื่องมือที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้งาน

IBM ยังพบว่า Shadow AI กำลังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงและต้นทุนจากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล ดังนั้น หากพนักงานมีการใช้งาน AI ในการทำงาน องค์กรควรมีแนวทางที่ชัดเจน เครื่องมือที่ปลอดภัย และขอบเขตการใช้งานที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน

การรับมือไม่จำเป็นต้องซับซ้อน องค์กรควรจัดหาเครื่องมือ AI ที่ได้รับการอนุมัติ ควบคุมการใช้งานเครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาตบนอุปกรณ์ขององค์กร กำหนดนโยบายด้านข้อมูลให้ครอบคลุมการใช้งาน AI และสื่อสารความเสี่ยงด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพราะพนักงานส่วนใหญ่ต้องการเพียงทำงานได้ดีขึ้น ไม่ได้ต้องการสร้างความเสี่ยงให้องค์กร การมีแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมจะช่วยให้ทุกคนสามารถใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย พร้อมรักษาความยืดหยุ่นขององค์กรในระยะยาว

ความสามารถในการกู้คืนระบบ กำลังกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี

การสำรองข้อมูล (Backup) ยังคงเป็นมาตรการสำคัญ แต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ปัจจุบันผู้โจมตีมุ่งเป้าไปที่ระบบสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบตั้งแต่ระยะแรกของการโจมตี เพราะหากสามารถขัดขวางการฟื้นฟูระบบได้ ก็จะเพิ่มแรงกดดันให้องค์กรยอมจ่ายค่าไถ่ได้มากขึ้น

ผลการวิจัย State of Data Security จาก Rubrik Zero Labs พบว่า หลายองค์กรมีระบบสำรองข้อมูลและการกู้คืนที่ถูกเจาะหรือได้รับผลกระทบบางส่วน ก่อนที่การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์จะเริ่มขึ้นเสียอีก

แนวทางรับมือจึงควรมุ่งเน้นการปกป้องข้อมูลสำรองจากการถูกแก้ไขหรือทำลาย การจัดเก็บสำเนาข้อมูลแบบออฟไลน์ การทดสอบแผนกู้คืนระบบอย่างสม่ำเสมอ และการฝึกซ้อมรับมือเหตุการณ์ภายใต้สถานการณ์กดดัน

ดังที่งานวิจัยของ Rubrik ชี้ให้เห็น ความยืดหยุ่นขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการนำเทคโนโลยีนั้นมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

การกำกับดูแลองค์กรต้องก้าวให้ทันการนำ AI มาใช้งาน

แม้หลายองค์กรจะเริ่มพัฒนาแนวทางกำกับดูแลการใช้งาน AI มากขึ้น แต่ความก้าวหน้ายังไม่ทันกับอัตราการนำเทคโนโลยีมาใช้ ผลสำรวจ Global Cybersecurity Outlook 2026 ของ World Economic Forum พบว่า 94% ของผู้นำองค์กรมองว่า AI เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในปี 2026 ขณะที่ 87% เห็นว่าความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นความเสี่ยงที่เติบโตเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรยังไม่มีการประเมินความเสี่ยงของเครื่องมือ AI อย่างรอบด้านก่อนนำมาใช้งาน

สถานการณ์นี้สะท้อนรูปแบบที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง นั่นคือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ก้าวหน้าเร็วกว่าการกำกับดูแล ส่งผลให้ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้นำองค์กรต้องให้ความสำคัญ

สิ่งที่องค์กรต้องการในวันนี้คือวินัยและความชัดเจนในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นภาพรวมของเครื่องมือ AI ที่ถูกใช้งานภายในองค์กร การกำหนดความรับผิดชอบในการตัดสินใจ การประเมินผู้ให้บริการอย่างเหมาะสม และการกำหนดแนวทางการใช้งาน AI สาธารณะที่เข้าใจง่าย เพราะหัวใจสำคัญไม่ใช่การสร้างนโยบายที่สมบูรณ์แบบ แต่คือการปรับตัวและกำกับดูแลให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

องค์กรที่มีความยืดหยุ่นทำอะไรแตกต่างออกไป

AI กำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงทั้งในฝั่งขององค์กรและผู้ไม่หวังดี ทำให้ความยืดหยุ่นขององค์กรขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวและก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

สำหรับองค์กรส่วนใหญ่ การสร้างความยืดหยุ่นไม่ได้หมายถึงการไล่ตามทุกเทคโนโลยีหรือทุกกระแสใหม่ แต่หมายถึงการมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดความเสี่ยงและเสริมสร้างความพร้อมในแต่ละวัน

นีล เวลเลอร์ มองว่า ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความยืดหยุ่นขององค์กร โดยมีบทบาทต่อการรักษาความเชื่อมั่น การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

มาตรการที่มีประสิทธิภาพที่สุดมักเป็นเรื่องพื้นฐานที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเสริมความปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบ การกำหนดแนวทางการใช้งาน AI ที่ชัดเจน การปกป้องข้อมูลสำคัญ และการทดสอบแผนกู้คืนระบบอย่างสม่ำเสมอ เพราะการลงมือทำในเรื่องเล็ก ๆ ตั้งแต่วันนี้ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต

นี่คือหัวใจสำคัญของ OCS Resilience Week 2026 และเป็นสารที่องค์กรควรนำไปปรับใช้ นั่นคือการสร้างพฤติกรรม ความมั่นใจ และมาตรการควบคุมที่เหมาะสม เพื่อให้บุคลากร การดำเนินงาน และชื่อเสียงขององค์กรสามารถยืนหยัดได้แม้ในช่วงเวลาที่เผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การตื่นตัวอยู่เสมอ การเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และการให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ คือสิ่งที่สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ

Strong Controls. Stronger Resilience.

Strong Controls. Stronger Resilience.

Visit Resilience Week 2026

Share this story