“องค์กรไม่ควรคิดว่า ‘เราทำแบบนี้มาโดยตลอด’ และเริ่มตั้งคำถามว่า ‘เราจะทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้น และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นได้อย่างไร?’”
จวงจันทร์ จวงตระกูล
Senior Sales Executive
เนื่องในวันสตรีสากลด้านวิศวกรรม 2026 (International Women in Engineering Day 2026)
วิศวกรรมอัจฉริยะ (Smart Engineering) กำลังเปลี่ยนแปลงวงการวิศวกรรมและการบริหารจัดการอาคาร (Facilities Management) จากการตัดสินใจด้วยประสบการณ์และสัญชาตญาณ สู่การใช้ข้อมูล เซนเซอร์ ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการใช้พลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
เนื่องใน วันสตรีสากลด้านวิศวกรรม 2026 (International Women in Engineering Day 2026) คุณเทย่า จวงจันทร์ จวงตระกูล ตำแหน่ง Senior Sales Executive ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับวิศวกรรมอัจฉริยะ ความยั่งยืน และทักษะสำคัญที่วิศวกรยุคใหม่ควรมี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี
ด้วยการได้รับรางวัล Renewable Energy Prominent Woman 2025 และการเป็นวิทยากรในงาน 4th Solar Energy Storage Future Asia 2025 คุณเทย่าทำงานอยู่บนจุดเชื่อมระหว่างการบริหารจัดการลูกค้า พลังงานสะอาด และนวัตกรรมดิจิทัล ทำให้เธอมีมุมมองที่ชัดเจนต่อทิศทางของวิศวกรรมในอนาคต และบทบาทของวิศวกรรมอัจฉริยะในการสร้างโลกที่ยั่งยืน
ความสำเร็จที่คุณภาคภูมิใจที่สุดในเส้นทางวิศวกรรมคืออะไร?
การได้รับรางวัล Renewable Energy Prominent Woman 2025 และการได้เป็นวิทยากรในงาน 4th Solar Energy Storage Future Asia 2025 ถือเป็นไฮไลต์สำคัญ ทั้งสองเวทีเปิดโอกาสให้เทย่าได้เป็นกระบอกเสียงสนับสนุนบทบาทของผู้หญิงในภาคพลังงานสีเขียว โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์
“มันเป็นการยืนยันถึงคุณค่าของเส้นทางที่ผ่านมา และเป็นการเตือนใจว่าภาคอุตสาหกรรมนี้มีความสำคัญเพียงใด ดิฉันมีพลังและแรงบันดาลใจมากขึ้นกว่าเดิมที่จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสู่การใช้พลังงานสะอาดและเป้าหมาย Net Zero”
งานวิศวกรรมของคุณสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า องค์กร และสังคมอย่างไร?
ทีมของเทย่าพัฒนาโซลูชันเซนเซอร์ IoT อัจฉริยะ และแดชบอร์ดสำหรับการมอนิเตอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร โดยออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย เครื่องมือเหล่านี้ยังถูกใช้งานโดยทีมปฏิบัติการจริงในทุกวัน ซึ่งช่วยให้โซลูชันตอบโจทย์การใช้งานในสถานการณ์จริงได้อย่างแท้จริง
“เราไม่ได้คาดเดาว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่เราเผชิญกับปัญหาเดียวกันนั้นด้วยตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ทำให้เครื่องมือของเรายังคงใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ล้ำสมัยทางเทคโนโลยี”
วิศวกรรมอัจฉริยะจะช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร และองค์กรควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น?
สำหรับเทย่า วิศวกรรมอัจฉริยะ คือการเปลี่ยนการตัดสินใจจากสัญชาตญาณไปสู่การใช้ข้อมูลเป็นหลัก ด้วยเซนเซอร์ IoT และข้อมูลแบบเรียลไทม์ องค์กรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟฟ้า หรือของเสีย เทคโนโลยีพร้อมแล้ว แต่สิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่าคือการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร
“องค์กรไม่ควรคิดว่า ‘เราทำแบบนี้มาโดยตลอด’ และเริ่มตั้งคำถามว่า ‘เราจะทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้น และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นได้อย่างไร?’”
นวัตกรรมอย่าง AI และระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมวิศวกรรมอย่างไร?
AI เข้ามาช่วยรับภาระงานซ้ำ ๆ เช่น การป้อนข้อมูลที่เคยใช้เวลาหลายวัน และคืนเวลาให้กับวิศวกร คุณค่าที่แท้จริงไม่ใช่การแทนที่วิศวกร แต่คือการเปิดโอกาสให้พวกเขาโฟกัสกับปัญหาที่ใหญ่ขึ้น เช่น การสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้สะอาดขึ้น
วิศวกรรมมีบทบาทอย่างไรในการลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero?
ตั้งแต่แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม ระบบโซลาร์เซลล์ ไปจนถึงระบบมอนิเตอร์อัจฉริยะ วิศวกรรมคือกลไกสำคัญที่เปลี่ยนความตั้งใจด้านสภาพภูมิอากาศให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่วัดผลได้
“Net Zero จะไม่สำเร็จด้วยความตั้งใจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการออกแบบ ข้อมูล และการดำเนินงานอย่างมีวินัย”
คุณช่วยแบ่งปันตัวอย่างโครงการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือประหยัดพลังงานให้กับลูกค้าได้หรือไม่?
ที่หน่วยงานลูกค้าของเราแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนักเรียนมากกว่า 1,500 คน ทีมของเทย่าได้ติดตั้งระบบติดตามการใช้พลังงานที่มีรายงานแบบเรียลไทม์ หลังจากการวิเคราะห์เบื้องต้น ทีมได้มุ่งเน้นพื้นที่ที่ใช้พลังงานสูง 5 จุด รวมถึง Sports Hall และปรับเปลี่ยนระบบไฟจากเดิมเป็น LED
ผลลัพธ์ที่ได้:
- การใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เป้าหมายลดลง 50%
- ระดับความสว่าง (Lux Level) เพิ่มขึ้น 50%
- การมองเห็นดีขึ้น และสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายมากขึ้นสำหรับนักเรียนและพนักงาน
ในมุมมองของคุณ อาคารอัจฉริยะและศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะจะช่วยสร้างโลกที่ดีขึ้นในระยะยาวอย่างไร?เทย่าเห็นว่าอาคารในอนาคตจะมีลักษณะคล้ายระบบสิ่งมีชีวิตมากขึ้น สามารถกักเก็บน้ำฝน ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ และนำความร้อนจากคอมพิวเตอร์กลับมาใช้เพื่อให้ความอบอุ่นแก่บ้านเรือนใกล้เคียง
“สถานที่เหล่านี้จะไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับการทำงานอีกต่อไป แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่มีชีวิต มีสุขภาวะที่ดี และสามารถหล่อเลี้ยงสิ่งแวดล้อมได้”
คุณเตรียมและพัฒนาทีมของคุณอย่างไรสำหรับยุควิศวกรรมดิจิทัล?แนวทางของเทย่าสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความอยากรู้อยากเห็นและความปลอดภัยทางจิตใจ ทีมของเธอได้รับการสนับสนุนให้ทดลองใช้เครื่องมือดิจิทัลใหม่ ๆ และสามารถลองผิดลองถูกได้ เพราะนั่นคือวิธีสร้างความมั่นใจ
“มันไม่ใช่แค่เรื่องของการเขียนโค้ดเป็น แต่คือการรู้สึกคุ้นเคยกับเทคโนโลยี และสามารถปรับตัวได้ตลอดเมื่อมันเปลี่ยนแปลง”
ทักษะใดที่วิศวกรรุ่นใหม่ควรให้ความสำคัญในอีก 5 ปีข้างหน้า?
พื้นฐานทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป มี 3 ด้านสำคัญที่โดดเด่น:
- Data literacy — ความสามารถในการทำความเข้าใจ จัดการ และนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างมั่นใจ
- Systems thinking — การมองเห็นความเชื่อมโยงของแต่ละองค์ประกอบต่อระบบโดยรวม
- Soft skills และจริยธรรม — ความสามารถในการสื่อสารผลกระทบด้านจริยธรรมของ AI ได้ชัดเจนไม่แพ้ความเข้าใจด้านเทคนิค
“อนาคตของวิศวกรรมอัจฉริยะยังคงเป็นเรื่องของเทคโนโลยี แต่ก็เป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง วิศวกรรุ่นใหม่จำเป็นต้องมีทั้งสองด้านควบคู่กัน”
มุมมองของคุณเทย่าสะท้อนให้เห็นว่าอาชีพวิศวกรรมกำลังมุ่งไปสู่การผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญทางเทคนิคกับความอยากรู้อยากเห็น วินัยด้านข้อมูลกับการตัดสินใจของมนุษย์ และความทะเยอทะยานกับความเข้มงวดในการปฏิบัติให้เกิดผลจริง
สำหรับเธอ “วิศวกรรมอัจฉริยะ” ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่คือวิธีการทำงานที่ยึดลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์กลางของทุกการตัดสินใจ
เมื่อผู้หญิงก้าวเข้าสู่บทบาทผู้นำในสายวิศวกรรมและพลังงานสะอาดมากขึ้น เสียงอย่างเทย่าจึงมีบทบาทในการกำหนดทิศทางของบทต่อไป—ที่เน้นการปฏิบัติจริง ใช้ข้อมูลเป็นตัวนำ และตั้งอยู่บนความเชื่อว่า “ระบบที่ดีกว่าจะสร้างโลกที่ดีกว่า”