#4 วางระบบกำกับดูแลก่อนเริ่มให้บริการ
การปฏิบัติตามข้อกำหนดไม่ใช่สิ่งที่สามารถเพิ่มเติมภายหลังการเริ่มให้บริการได้
ขั้นตอนการทำความสะอาดต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ นโยบายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ข้อกำหนดด้านการจัดการของเสีย และมาตรฐานด้านคุณภาพของโรงพยาบาล
สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีทั้งขั้นตอนการปฏิบัติงานที่จัดทำเป็นเอกสาร การประเมินความเสี่ยง และการตรวจสอบความสามารถของบุคลากร นอกจากนี้ โรงพยาบาลและทีมบริการสิ่งแวดล้อมต้องตกลงร่วมกันถึงแนวทางในการตรวจประเมิน การจัดการเหตุการณ์ การดำเนินการแก้ไข และการทบทวนผลการปฏิบัติงาน
บุคลากรต้องเข้าใจสิ่งที่คาดหวังจากตนเอง หัวหน้างานต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการตรวจสอบว่ามีการปฏิบัติตามขั้นตอน และผู้บริหารโรงพยาบาลต้องได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับมาตรฐาน ความเสี่ยง และแนวทางการดำเนินการ
การวางโครงสร้างเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มต้นช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจความรับผิดชอบของตนเองอย่างชัดเจน และช่วยให้ทีมสามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ
#5 ทำงานร่วมกับทีมโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด
ทีมบริการสิ่งแวดล้อมต้องทำงานร่วมกับหลายส่วนภายในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ทีมป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ทีมพยาบาล ทีมบริหารจัดการอาคารสถานที่ และทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานหน้างาน
แต่ละทีมมองการดำเนินงานของโรงพยาบาลจากมุมมองที่แตกต่างกัน ข้อมูลจากแต่ละฝ่ายจึงช่วยให้ทีมเตรียมความพร้อมเข้าใจแรงกดดันในการปฏิบัติงาน ข้อกำหนดด้านการเข้าถึงพื้นที่ ความสำคัญของงานทางคลินิก และพื้นที่ที่จำเป็นต้องบริหารจัดการไม่ให้เกิดการหยุดชะงัก
การพูดคุยกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ยังเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายสามารถแจ้งข้อกังวลก่อนเริ่มให้บริการ ช่วยให้กำหนดความรับผิดชอบและความคาดหวังร่วมกัน รวมถึงจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ยังมีเวลาในการแก้ไข
ความร่วมมือนี้ไม่ควรสิ้นสุดลงเมื่อเริ่มให้บริการแล้ว การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถปรับตัวตามความต้องการของโรงพยาบาลที่เปลี่ยนแปลงไป และแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวม
#6 ผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนไว้ในการออกแบบบริการ
การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มให้บริการเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดแนวทางการใช้ทรัพยากรตั้งแต่ต้น
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด การใช้สารเคมี ปริมาณการใช้น้ำ การจัดการของเสีย และการเลือกใช้อุปกรณ์ ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ทางเลือกเหล่านี้ยังอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงาน การจัดเก็บ การจัดการวัสดุอุปกรณ์ และวิธีการทำงานของบุคลากร
แนวทางด้านความยั่งยืนจึงควรถูกนำมาพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนวิธีการทำความสะอาดและการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งอาจรวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม การควบคุมปริมาณการใช้สารเคมี การลดของเสียที่ไม่จำเป็น และการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง
อย่างไรก็ตาม แนวทางเหล่านี้ยังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อของโรงพยาบาล เป้าหมายคือการค้นหาแนวทางที่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง โดยไม่ลดทอนคุณภาพและมาตรฐานของบริการ
#7 ใช้ข้อมูลเพื่อมองเห็นภาพการดำเนินงาน
ทีมโรงพยาบาลจำเป็นต้องมองเห็นภาพรวมว่าบริการกำลังดำเนินไปอย่างไร
การตรวจสอบแบบดิจิทัล การตรวจประเมินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ Dashboard และการรายงานผลการปฏิบัติงาน สามารถช่วยรวบรวมข้อมูลด้านคุณภาพการทำความสะอาด การปฏิบัติตามข้อกำหนด ประสิทธิภาพการทำงาน และระยะเวลาในการตอบสนอง ทำให้ทีมสามารถมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ เปรียบเทียบผลการดำเนินงาน และให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ต้องได้รับการแก้ไขได้อย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อสามารถนำไปสู่การลงมือแก้ไขได้ Dashboard เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้บริการดีขึ้นได้ ผู้จัดการยังจำเป็นต้องทบทวนข้อมูล พูดคุยกับทีมปฏิบัติงาน และร่วมกันกำหนดสิ่งที่ต้องปรับปรุง
เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้กระบวนการนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการทำให้การเก็บและทบทวนข้อมูลเป็นเรื่องง่าย แต่การตัดสินใจยังคงอยู่กับบุคลากรที่เข้าใจบริบทของโรงพยาบาลและลักษณะของงานที่ให้บริการ
เมื่อบุคลากร ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และข้อมูลที่มีประโยชน์ถูกนำมาผสานเข้าด้วยกัน ทีมจะสามารถมองเห็นและจัดการกับปัญหาได้เร็วขึ้น พร้อมพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง