การได้พูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนอย่างสม่ำเสมอ อาจไม่ได้ถูกมองว่าเป็นโครงการส่งเสริมสุขภาวะในที่ทำงานโดยตรง แต่ในความเป็นจริง นี่คือหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการช่วยสนับสนุนพนักงานให้สามารถรับมือกับความท้าทายในการทำงานได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน
ในธุรกิจบริหารจัดการอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities Management) ผู้คนต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความท้าทายสูง รูปแบบการทำงานเป็นกะส่งผลต่อวิถีชีวิต ขณะที่ความคาดหวังของลูกค้าก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พนักงานของเราปฏิบัติงานในโรงพยาบาล สนามบิน โรงเรียน ศูนย์ข้อมูล (Data Centres) และพื้นที่ให้บริการลูกค้าหลากหลายแห่ง ซึ่งหลายครั้งอาจไม่ได้พบเพื่อนร่วมงานคนเดิมตลอดทั้งสัปดาห์
ในบริบทเช่นนี้ สุขภาวะที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากโครงการหรือกิจกรรมเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ดี การรับฟัง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในชีวิตการทำงานประจำวัน โดย Mentoring ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยสร้างผลลัพธ์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสนทนาที่มากกว่าการพัฒนาอาชีพ
เมื่อกล่าวถึง Mentoring หลายคนอาจนึกถึงการวางแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพ การพัฒนาทักษะ หรือการเตรียมความพร้อมสำหรับบทบาทใหม่ในอนาคต ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญ
อย่างไรก็ตาม Mentoring ที่มุ่งเน้นด้านสุขภาวะ (Wellbeing Mentoring) มีบทบาทที่กว้างกว่านั้น โดยให้ความสำคัญกับการรับมือกับความกดดัน ความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการทำงานประจำวัน
กระบวนการดังกล่าวเปิดพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุยเกี่ยวกับภาระงาน ความเครียด ความมั่นใจ และประสบการณ์ต่าง ๆ ในการทำงาน โดยทำหน้าที่เสริมควบคู่ไปกับระบบสนับสนุนอื่น ๆ ขององค์กร
เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้พนักงานรู้สึกมั่นคง มีความชัดเจนในการตัดสินใจ และได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมในบทบาทที่ต้องรับผิดชอบ
เหตุใด Mentoring จึงมีความสำคัญในปัจจุบัน
พนักงานจำนวนมากเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ประสบการณ์การทำงานในช่วงแรกแตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างมาก การทำงานทางไกล การส่งต่องานแบบ Hybrid และการขาดโอกาสในการเรียนรู้ผ่านการสังเกตหรือการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ ส่งผลให้หลายคนพลาดโอกาสในการสร้างความมั่นใจและเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น
Mentoring สามารถช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าวได้ การพูดคุยอย่างสม่ำเสมอกับผู้มีประสบการณ์ช่วยให้พนักงานมีพื้นที่ในการตั้งคำถาม ขอคำแนะนำ และหารือเกี่ยวกับความท้าทายที่เผชิญอยู่ก่อนที่ปัญหาจะขยายตัว
สำหรับผู้ที่กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังหยุดพักงาน หรือผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่สภาพแวดล้อมการทำงานใหม่ Mentoring ยังช่วยสร้างความมั่นใจและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวระหว่างการปรับตัว
เสียงสนับสนุนที่ช่วยสร้างความมั่นคง
งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าการมีความสัมพันธ์เชิงสนับสนุนระหว่างผู้มีประสบการณ์และผู้รับคำปรึกษา มีความเชื่อมโยงกับการลดภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) การเพิ่มความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และการยกระดับความพึงพอใจในการทำงาน
เหตุผลสำคัญคือ พนักงานรู้สึกว่ามีคนรับฟัง ความเครียดได้รับการพูดคุยและจัดการอย่างเหมาะสม แทนที่จะถูกเก็บไว้เพียงลำพัง อีกทั้งยังได้รับมุมมองและแนวทางปฏิบัติที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการทำงาน
สำหรับผู้นำและผู้บริหาร การลงทุนใน Mentoring จึงเป็นการลงทุนในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างเต็มศักยภาพของพนักงาน และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง
กรณีศึกษาจากสหราชอาณาจักร: Mentoring Circles ในสายงานรักษาความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 OCS ได้จัดงาน Women in Security ณ สำนักงานใหญ่ของ Capital One UK เมืองนอตติงแฮม เพื่อเปิดพื้นที่ให้บุคลากรจากสายงานรักษาความปลอดภัยได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับความก้าวหน้าในสายอาชีพ การได้รับการยอมรับ และวัฒนธรรมการทำงานในอุตสาหกรรม
นอกจากการสร้างบทสนทนาที่มีคุณค่าแล้ว งานดังกล่าวยังนำไปสู่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรม โดย OCS ได้เปิดตัวโครงการ Mentoring Circles ภายในงาน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้นำสตรีระดับอาวุโสและบุคลากรหญิงในสายงานรักษาความปลอดภัยทุกระดับ
รูปแบบการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มถูกนำมาใช้ด้วยเหตุผลเชิงปฏิบัติ เนื่องจากจำนวนผู้มีประสบการณ์ที่สามารถให้คำแนะนำในอุตสาหกรรมยังมีจำกัด การดำเนินงานในรูปแบบ Mentoring Circles จึงช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงการสนับสนุนและการเรียนรู้ให้กับผู้เข้าร่วมได้มากขึ้น รุ่นแรกของโครงการจะดำเนินการเป็นระยะเวลา 5–6 เดือน และมีแผนขยายผลในอนาคตหากได้รับผลตอบรับที่ดี
การเปิดตัวโครงการภายในงานดังกล่าวสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า การส่งเสริมสุขภาวะผ่าน Mentoring จะเกิดผลได้อย่างแท้จริงเมื่อเริ่มต้นลงมือทำทันที มากกว่าการเป็นเพียงแนวคิดหรือแผนงานสำหรับอนาคต
กรณีศึกษาจากเอเชียแปซิฟิก: การสร้างความมั่นใจสำหรับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญสูงในอินเดีย
การดำเนินงานภายในศูนย์ข้อมูล (Data Centre) ต้องดำเนินต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ความกดดันอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ การก้าวเข้าสู่สภาพแวดล้อมเช่นนี้โดยขาดการเตรียมความพร้อมจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับบุคลากรจำนวนมาก
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว OCS India ได้ร่วมมือกับสถาบันฝึกอบรมวิชาชีพในเมืองมุมไบ พัฒนาหลักสูตร บริการศูนย์ข้อมูล ระยะเวลา 90 วัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกปฏิบัติในห้องจำลองสถานการณ์เสมือนจริงก่อนเข้าสู่การปฏิบัติงานจริง พร้อมได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมตลอดกระบวนการเรียนรู้
แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญไม่แพ้เนื้อหาของหลักสูตร เนื่องจากความรู้สึกว่า “ยังไม่พร้อม” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความเครียดในการทำงาน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ผลกระทบจากความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนและทันที การมีผู้มีประสบการณ์คอยให้คำแนะนำ ติดตามความก้าวหน้า และพร้อมตอบคำถามที่ผู้เรียนอาจไม่กล้าถามในที่ประชุมหรือในกลุ่มใหญ่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนองค์ความรู้ทางเทคนิคให้กลายเป็นความมั่นใจที่ยั่งยืน
เมื่อบุคลากรรู้สึกพร้อม พวกเขาจะสามารถรับมือกับแรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพตั้งแต่ระดับ Trainee จนถึง Facility Manager จึงเป็นเส้นทางที่สามารถเติบโตได้อย่างมั่นใจ การได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องช่วยให้การพัฒนาในสายอาชีพเป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะในการทำงานในระยะยาว
การสนับสนุนที่สร้างคุณค่าให้ทุกฝ่าย
ประโยชน์ของ Mentoring ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้รับคำปรึกษาเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อผู้ให้คำปรึกษาอีกด้วย
หลายคนพบว่าการได้แบ่งปันประสบการณ์ช่วยให้ตนเองรู้สึกมีเป้าหมายในการทำงานมากขึ้น มีความผูกพันกับองค์กรเพิ่มขึ้น และได้ทบทวนคุณค่าของประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดเส้นทางอาชีพ
เมื่อ Mentoring ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม มีแนวทางที่ชัดเจน และได้รับการสนับสนุนจากองค์กรอย่างจริงจัง ก็จะช่วยสร้างวัฒนธรรมแห่งความไว้วางใจ การเรียนรู้ร่วมกัน และความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) ให้เกิดขึ้นในทีมงาน
การกระทำเล็กๆ ที่สร้างผลกระทบยิ่งใหญ่
สารสำคัญของ สัปดาห์ส่งเสริมความยืดหยุ่น 2569 คือการตระหนักว่าความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นขององค์กรไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการกระทำเล็ก ๆ ที่ผู้คนมอบให้แก่กันในทุกวัน
Mentoring คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยสั้น ๆ การรับฟังอย่างตั้งใจ หรือการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ที่เคยผ่านสถานการณ์คล้ายกันมาก่อน
แม้แต่ละช่วงเวลาอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้ว สิ่งเหล่านี้คือแรงสนับสนุนที่ช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับความกดดัน ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตอย่างมั่นคงในเส้นทางการทำงาน
เพราะสุขภาวะที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากโครงการใดโครงการหนึ่งเพียงลำพัง แต่เกิดจากผู้คนที่พร้อมรับฟัง สนับสนุน และเติบโตไปด้วยกันในทุกวัน