การบริหารจัดการอาคารในโรงพยาบาล เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความพร้อมในการให้บริการทางการแพทย์ ความปลอดภัยของผู้ป่วย และประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงพยาบาลในแต่ละวัน
คุณสุนทร ตาลยงค์ ในบทบาท TFM Manager ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รับผิดชอบการบริหารงานด้าน Facilities Management (FM) หนึ่งในโรงพยาบาลภาครัฐขนาดใหญ่ของประเทศไทย นับตั้งแต่เข้ามาประจำที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ในปี 2562 เขามุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานการให้บริการที่สม่ำเสมอ ครอบคลุมทุกแผนก ทุกกะการทำงาน และทุกพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น
ด้วยประสบการณ์ด้านการบริหารอาคาร ความปลอดภัย การวางแผนสัญญาบริการ และการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดดำเนินงาน เขาเข้าใจเป็นอย่างดีว่า ความสำเร็จของงาน FM ในโรงพยาบาลเริ่มต้นจากการกำหนดบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน การพัฒนาศักยภาพทีมงาน การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด และการรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานให้คงอยู่ได้ในทุกสถานการณ์
สำหรับ PCS แนวทางการทำงานของคุณสุนทรสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของภาวะผู้นำในระดับหน้างาน เพราะความสำเร็จของงาน FM ไม่ได้วัดเพียงจากการให้บริการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแผน การควบคุม และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องภายในสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลที่มีการใช้งานจริงตลอดเวลา
การบริหารจัดการอาคารในโรงพยาบาล เริ่มต้นจากความรับผิดชอบที่ชัดเจน
โรงพยาบาลขนาดใหญ่เป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถปล่อยให้เกิดความคลุมเครือในการปฏิบัติงานได้
คุณสุนทรดูแลทีมงานทำความสะอาดทั้งในพื้นที่ผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) โดยกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบตามโซนอย่างชัดเจน แนวทางนี้ช่วยให้หัวหน้างานสามารถติดตามคุณภาพการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจนในแต่ละพื้นที่
ในสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาล การกำหนดเจ้าของพื้นที่อย่างชัดเจนช่วยลดโอกาสการตกหล่นของงาน ลดความล่าช้าในการรายงานปัญหา และช่วยรักษามาตรฐานการให้บริการให้สอดคล้องกันในทุกหน่วยงาน อีกทั้งยังสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสมตามปริมาณการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน
เมื่อทุกคนเข้าใจบทบาทของตนเอง การควบคุมการปฏิบัติงานจึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น หัวหน้างานสามารถติดตามจุดที่ต้องได้รับการปรับปรุง และทีมปฏิบัติงานสามารถส่งมอบบริการได้อย่างมีมาตรฐานในพื้นที่ที่ซับซ้อน
มาตรฐานการปฏิบัติงานที่คงความสม่ำเสมอในทุกกะ
หัวใจสำคัญของงาน FM ในสถานพยาบาล คือการรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานให้เกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ
คุณสุนทรนำคู่มือมาตรฐานมาใช้ในการปฏิบัติงานสำคัญ เช่น การทำความสะอาดหลังผู้ป่วยออกจากพ้องพักการสนับสนุนมาตรการควบคุมการติดเชื้อ และการจัดการขยะ ทั้งหมดได้รับการสนับสนุนผ่าน แผนการปฏิบัติงานประจำวัน (Checklist) การฝึกอบรมด้านความปลอดภัย และการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงานในแต่ละกะ
เป้าหมายคือ “การควบคุมมาตรฐาน”
เป้าหมายสำคัญคือการควบคุมคุณภาพการให้บริการ เพราะในพื้นที่ที่มีความสำคัญสูง คุณภาพงานไม่ควรขึ้นอยู่กับการตีความหรือวิธีการทำงานของแต่ละบุคคล
มาตรฐานที่สามารถปฏิบัติซ้ำได้อย่างต่อเนื่องช่วยลดความแตกต่างของคุณภาพงานระหว่างทีมและระหว่างกะ อีกทั้งยังเป็นแนวทางอ้างอิงที่ชัดเจนสำหรับพนักงานและหัวหน้างานในการตรวจสอบ แนะนำ และปรับปรุงการปฏิบัติงาน
บริหารความเสี่ยงผ่านวินัยในการปฏิบัติงานประจำวัน
งาน FM ในโรงพยาบาลเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทั้งในส่วนที่มองเห็นได้และระบบงานด้านทางเทคนิค
ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบปรับอากาศห้องผ่าตัด ระบบก๊าซทางการแพทย์ ระบบบำบัดน้ำเสีย ความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ มาตรฐานการทำความสะอาด หรือเส้นทางการจนส่งขยะ ทุกส่วนล้วนต้องได้รับการกำกับดูแลอย่างมีวินัยและต่อเนื่อง
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึงมาตรฐานการ AHA และการรับรองต่างๆ ที่กำหนดให้มีการควบคุมการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
ประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของคุณสุนทรในบทบาทเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ มีส่วนสำคัญต่อแนวทางการบริหารงานด้านนี้ โดยการควบคุมความเสี่ยงได้ผสานอยู่ในกิจวัตรประจำวัน ระบบการรายงานและการกำกับดูแล ไม่ได้ถูกแยกออกจากกัน แต่เป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรมเฉพาะด้าน
สิ่งนี้มีความสำคัญ เพราะความต่อเนื่องในการดำเนินงานของโรงพยาบาลขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของหลายระบบบริการที่ต้องทำงานประสานกัน เมื่อความเสี่ยงถูกบริหารผ่านวินัยในการทำงานประจำวัน ปัญหาต่าง ๆ จะมีโอกาสถูกตรวจพบได้เร็วขึ้น และได้รับการจัดการก่อนส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวม
บุคลากรหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการอาคารในโรงพยาบาล
แม้กระบวนการทำงานจะเป็นตัวกำหนดมาตรฐาน แต่บุคลากรคือผู้ที่ทำให้มาตรฐานนั้นเกิดขึ้นจริง
คุณสุนทรให้ความสำคัญกับความพร้อมของทีมงาน การสื่อสาร และการสร้างทัศนคติในการให้บริการ โดยมองว่าความรู้ด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการทำงานในโรงพยาบาล พนักงานจำเป็นต้องเข้าใจบริบทของสถานที่ ผู้ใช้อาคาร และเหตุผลที่ไม่สามารถปล่อยให้มาตรฐานการปฏิบัติงานลดลงได้
การสื่อสารสองทาง การให้การยอมรับ การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างเหมาะสม และการให้คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ทีมงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่ต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร การพึ่งพาผู้รับเหมา และข้อกำหนดด้านการควบคุมการติดเชื้อ การพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งจำเป็น
พื้นที่ที่สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาล
ประสิทธิภาพของโรงพยาบาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ
พื้นที่รอรับบริการ ทางเดิน เส้นทางสำหรับผู้พิการ พื้นที่ส่วนกลาง และสวนพักผ่อน ล้วนมีผลต่อการสัญจร ความสะดวกสบาย และความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานอาคารในโรงพยาบาล
คุณสุนทรมองว่าพื้นที่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบด้าน FM เช่นเดียวกับระบบอาคารอื่น ๆ พื้นที่สีเขียวที่ได้รับการดูแลอย่างดี แสงธรรมชาติที่เหมาะสม และพื้นที่สาธารณะที่เป็นระเบียบ ช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย น่าใช้งาน และเอื้อต่อการให้บริการ
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของภาพลักษณ์ แต่เป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการไหลเวียนของผู้ใช้งาน ลดความติดขัด และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อองค์กร
ยกย่องผู้ที่อยู่เบื้องหลังความพร้อมของสถานพยาบาล
World FM Day ถือเป็นโอกาสในการยกย่องบุคลากรที่อยู่เบื้องหลังและมีบทบาทสำคัญในการดูแลให้สถานที่สำคัญต่าง ๆ สามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น
บทบาทของคุณสุนทรครอบคลุมทั้งการวางแผน การกำกับดูแล การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การบริหารบุคลากร และการควบคุมการดำเนินงานประจำวันภายในโรงพยาบาลที่มีการใช้งานจริงตลอดเวลา
แนวทางการทำงานของเขาสะท้อนให้เห็นว่า ความพร้อมของโรงพยาบาลไม่ได้เกิดขึ้นจากระบบใดระบบหนึ่ง แต่เกิดจากการประสานงานของหลายฝ่ายภายใต้การบริหารจัดการที่มีมาตรฐานและมีวินัย
เมื่อทีมงานเข้าใจบทบาทของตนเอง ปัญหาได้รับการรายงานและแก้ไขอย่างรวดเร็ว มาตรฐานการปฏิบัติงานได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และพื้นที่ต่าง ๆ มีความพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ โรงพยาบาลจึงสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
บทบาทของคุณสุนทรเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ภาวะผู้นำด้านการบริหารจัดการอาคารและสถานที่ คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถรักษาความพร้อม ความปลอดภัย และความต่อเนื่องในการให้บริการแก่ผู้ป่วย บุคลากร และผู้มาใช้บริการได้ในทุกวัน.